วัตถุโบราณ
นางรัตติยา ไขยวงศ์ นักโบราณคดี 4 สำนักศิลปากรที่ 6 จ.สุโขทัย กล่าวเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ภายหลังตรวจสอบหลักฐานทางโบราณคดีที่ชาวบ้านขุดพบและเก็บรักษาที่ศูนย์ ปฏิบัติธรรม และที่พักสงฆ์ม่อนอารักษ์ หมู่ 7 ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ว่า มีขวานสัมฤทธิ์ เศษไห เศษหม้อดินเผา จักรหิน มีด กำไลหิน หยก ลูกกลิ้งบดยา แท่งหินบดยา หินขัด เบี้ยหินพร้อมมีดหินขัดสำหรับแล่เนื้อสัตว์ เป็นต้นเบื้องต้นจะทำรายการบัญชีโบราณวัตถุพร้อมลงทะเบียนไว้ก่อน และให้ศูนย์ปฏิบัติธรรมเก็บรักษาไว้ชั่วคราว คาดว่าเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุ 2,000-2,500 ปี น่าจะเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน หรือใช้ในพิธีกรรม พื้นที่นี้เดิมอาจเป็นชุมชน เนื่องจากอยู่เนินเขาและมีคลองไหลผ่านด้านทิศเหนือ เหมาะสำหรับตั้งรกราก
พบวัตถุโบราณ 'หม้อ ไห มีดหิน จักรหิน กำไลหิน เบี้ยหิน ขวานหิน ขวาน-ปลายหอกเนื้อสัมฤทธิ์ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ 2,000-2,500 ปี ขณะกำลังปรับพื้นที่สร้างพระประธาน หลังอนุสารีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร จ.อุตรดิตถ์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม นายคณิต เอี่ยมระหงษ์รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นางสายรุ้ง ธาดาจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด นายธัญเทพ หมื่นยุทธ ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัด และนายดนัย ชกล้าหาญ ประชาสัมพันธ์จังหวัด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักศิลปากรที่ 6 จ.สุโขทัย กรมศิลปากร จำนวน 3 คน เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติธรรมและที่พักสงฆ์ม่อนอารักษ์ หมู่ 7 ต.ฝายหลวงอ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ด้านหลังห่างจากอนุสารีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ประมาณ 500 เมตร เนื่องจากทราบข่าวว่า มีการขุดพบวัตถุโบราณหลากหลายชนิด และได้พบกับพระอาจารย์ขวัญชัย ขนฺติธมฺโม ผู้ดูแลศูนย์ปฏิบัติธรรมและที่พักสงฆ์ม่อนอารักษ์ พร้อมด้วยพระลูกวัด ชี้แจงว่า ทางวัดได้เตรียมปรับสถานที่บริเวณเนินเขาซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติ และที่พักสงฆ์ บนเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ จาก 15 ไร่ เพื่อเป็นสถานที่สร้างพระประธานปูนปั้นองค์ใหญ่ ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 17 เมตร ทรงศิลปสุโขทัย จึงได้ให้ญาติโยมช่วยกันปรับพื้นที่เพื่อขุดเอาซากต้นไม้และเศษไม้ ออกระหว่างที่ขุดลึกประมาณกว่า 1 เมตร พบวัตถุโบราณไม่ทราบอายุ ประกอบด้วยขวานสัมฤทธิ์ เศษไหและเศษหม้อเนื้อดินเผา จักรหิน มีด กำไลหิน หยก ลูกกลิ้งบดยา แท่งหินบดยา หินขัด เบี้ยหินพร้อมมีดหินสำหรับใช้แล่เนื้อสัตว์ มีดสัมฤทธิ์ ธรรม และแจ้งให้ทางสำนักงานวัฒนธรรมและสำนักพุทธได้รับทราบ เพื่อประสานงานยังศิลปากรให้เข้ามาทำการตรวจสอบวัตถุดังกล่าว ก่อนที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปนางรัตติยา ไขยวงศ์ นักโบราณคดี 4 สำนักศิลปากรที่ 6 จ.สุโขทัย กรมศิลปากร
พบวัตถุโบราณ 'หม้อ ไห มีดหิน จักรหิน กำไลหิน เบี้ยหิน ขวานหิน ขวาน-ปลายหอกเนื้อสัมฤทธิ์ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ 2,000-2,500 ปี ขณะกำลังปรับพื้นที่สร้างพระประธาน หลังอนุสารีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร จ.อุตรดิตถ์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม นายคณิต เอี่ยมระหงษ์รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นางสายรุ้ง ธาดาจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด นายธัญเทพ หมื่นยุทธ ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัด และนายดนัย ชกล้าหาญ ประชาสัมพันธ์จังหวัด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักศิลปากรที่ 6 จ.สุโขทัย กรมศิลปากร จำนวน 3 คน เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติธรรมและที่พักสงฆ์ม่อนอารักษ์ หมู่ 7 ต.ฝายหลวงอ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ด้านหลังห่างจากอนุสารีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ประมาณ 500 เมตร เนื่องจากทราบข่าวว่า มีการขุดพบวัตถุโบราณหลากหลายชนิด และได้พบกับพระอาจารย์ขวัญชัย ขนฺติธมฺโม ผู้ดูแลศูนย์ปฏิบัติธรรมและที่พักสงฆ์ม่อนอารักษ์ พร้อมด้วยพระลูกวัด ชี้แจงว่า ทางวัดได้เตรียมปรับสถานที่บริเวณเนินเขาซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติ และที่พักสงฆ์ บนเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ จาก 15 ไร่ เพื่อเป็นสถานที่สร้างพระประธานปูนปั้นองค์ใหญ่ ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 17 เมตร ทรงศิลปสุโขทัย จึงได้ให้ญาติโยมช่วยกันปรับพื้นที่เพื่อขุดเอาซากต้นไม้และเศษไม้ ออกระหว่างที่ขุดลึกประมาณกว่า 1 เมตร พบวัตถุโบราณไม่ทราบอายุ ประกอบด้วยขวานสัมฤทธิ์ เศษไหและเศษหม้อเนื้อดินเผา จักรหิน มีด กำไลหิน หยก ลูกกลิ้งบดยา แท่งหินบดยา หินขัด เบี้ยหินพร้อมมีดหินสำหรับใช้แล่เนื้อสัตว์ มีดสัมฤทธิ์ ธรรม และแจ้งให้ทางสำนักงานวัฒนธรรมและสำนักพุทธได้รับทราบ เพื่อประสานงานยังศิลปากรให้เข้ามาทำการตรวจสอบวัตถุดังกล่าว ก่อนที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปนางรัตติยา ไขยวงศ์ นักโบราณคดี 4 สำนักศิลปากรที่ 6 จ.สุโขทัย กรมศิลปากร

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น